บททดสอบ..พ่อมือใหม่..เลี้ยงลูกคนเดียวใน 3 วัน

“ถ้าวันนั้นผมไม่ได้เลี้ยงลูกเองคนเดียวและอยู่กับเค้า.. ผมคงต้องพลาดสิ่งที่ดีที่สุดไปตลอดกาล..”

ผมกับแฟนมีลูกด้วยกันหนึ่งคน เราเลี้ยงลูกกันเองเพราะยังหาพี่เลี้ยงประจำบ้านไม่ได้ จึงทำตามแผนที่วางไว้ว่าจะนำลูกไปฝากที่เดย์แคร์ แบบไปส่งตอนเช้าและรับกลับตอนเย็น เราทั้งสองต่างก็ทำงานประจำด้วยกันทั้งคู่ โดยส่วนใหญ่แล้วผมจะทำงานต่างจังหวัด 3-5 วันจึงจะกลับมาบ้านที ฉะนั้นหน้าที่หลักในการดูแลลูกจึงตกไปอยู่ที่แฟนผม ผมได้แบ่งเบาเธอได้ก็ในวันที่ผมอยู่บ้านนั่นแหละครับ แต่เมื่ออาทิตย์ก่อนเธอได้บอกกับผมว่า เธอน่าจะไม่อยู่บ้านนะประมาณ 3 วัน

แฟน “พี่ดูลูกได้เปล่า”
ผมก็ตอบไป “ว่าโอเคนะ .. ไม่ตัองห่วงเดี๋ยวพี่จัดการเอง”
และแล้ววันที่ผมต้องเลี้ยงลูกคนเดียวก็มาถึง แฟนผมได้บอกว่าพรุ่งนี้เธอต้องไปอบรมต่างจังหวัด 3 วัน แล้วนะพี่..
ผม “หะหาาา.. ว่าอะไรนะ” แฟน “พี่ฟังไม่ผิดหลอกคะ”

ทำไงดีหละทีนี้กะลูกชาย 10 เดือน เอาเป็นไงเป็นกันต้องเลี้ยงลูกโดยลำพังคนเดียวให้ได้ จนกว่าแฟนจะกลับมา

บทที่ 1: การเริ่มต้นที่ไม่เป็นไปตามแผน

เช้าวันนั้น ผมตื่นขึ้นมาเห็นลูกชายอายุ 10 เดือนนอนอยู่ข้างๆ อย่างน่ารัก แต่เหมือนเสียงกระดิ่งในหัวผมดังก้อง “วันนี้คือวันแรกที่พ่อจะอยู่กับลูกทั้งวันทั้งคืน!” ผมเริ่มสะบัดมือไปมาพยายามเรียกสติกลับมา ก่อนจะย่องไปดูกระเป๋าและเครื่องมืออุปกรณ์ที่แฟนเตรียมไว้ให้ทุกอย่าง ทั้งนม ขวด นมผง ผ้าอ้อม เสื้อผ้าและของเล่นที่ลูกชอบ ผมคิดว่า “โอเค.. วันนี้พ่อจะทำให้ดีที่สุด!”

หลังจากที่ปลุกลูกขึ้นมาและอุ้มเขาขึ้นจากเตียง ลูกเริ่มมองหน้าอย่าง.. งงๆ แต่เมื่อเห็นผม ลูกก็เริ่มยิ้มและหัวเราะ ผมคิดว่า.. “อ่ะดีแล้วลูกไม่ร้องนะ” แต่มันเป็นแค่การหลอกตัวเองเท่านั้น เพราะไม่ถึง 5 นาที ลูกเริ่มตาโต!.. มองหาทุกอย่างที่เคยเห็นแล้วก็เริ่มร้องไห้เสียงดัง “แม่! แม่!!” นั่นทำให้ผมแทบจะล้มทั้งยืน “โอ้ย! พอร์ชทำไมไม่บอกพ่อล่ะว่าแม่จะไม่อยู่!?” ลูกหยุดร้องทันทีเมื่อเห็นว่าผมเริ่มกลายเป็นกังวลหนักเข้าไปอีก ผมจับพอร์ชอุ้มไปเตรียมน้ำให้เขาดื่ม และพยายามหว่านล้อมว่า “พ่อก็รักลูกนะ ไม่ต้องห่วง พ่อจะทำให้ดีที่สุด” แต่ลูกก็แค่ยิ้มและขยับตัวไปมา เออ… ผมก็ต้องบอกตัวเอง “พ่อจะพยายามอย่างเต็มที่!”

การเลี้ยงลูกไม่ได้เหมือนการทำงานหรือการเดินทางไปต่างจังหวัดที่เราควบคุมทุกอย่างได้ การเลี้ยงลูกมันเหมือนการเล่นเกมที่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นต่อไป ในช่วงแรกของวันนี้ ผมตั้งใจว่าจะพาลูกไปอาบน้ำ ก่อนจะพบว่าลูกชายที่จอมซนของผมทำให้การอาบน้ำกลายเป็นการต่อสู้!

บทที่ 2: สงครามอาบน้ำให้ลูก

การอาบน้ำกับลูกเหมือนการเตรียมตัวไปงานแข่งรถ! ตอนแรกผมคิดว่า “เฮ้อ! ลูกคงจะอาบน้ำง่ายๆ เหมือนในโฆษณานี่แหละ” แต่เมื่อผมลองล้างหน้าให้เขา ผลที่เกิดขึ้นคือ… ลูกดิ้นไปดิ้นมาเหมือนจะหลบหนี! ผมกรีดร้องในใจ “ทำไมมันไม่เหมือนตอนที่แฟนทำเลยวะ?” ลูกชายของผมพยายามจะลุกออกจากอ่างน้ำในทุกรูปแบบที่คิดได้ โดยเฉพาะตอนที่ผมเริ่มใช้น้ำอุ่นๆ ลูปลงไปบนตัวเขา ลูกกลายเป็นมังกรจอมพลังพ่นน้ำและเกาะขอบอ่างตีขาไปมาจนน้ำแตกกระเซน

“พ่ออาบน้ำให้ลูกไม่เป็นเหรอ?” ผมเริ่มทำเสียงตลกๆ พยายามให้ลูกใจเย็น แต่ปรากฏว่า ลูกกลับทำให้สถานการณ์ยิ่งวุ่นวายขึ้น เพราะทันทีที่เขารู้ว่า “พ่อไม่รู้ทำอะไร..และพยายามจะทำตามใจลูกไม่ได้!” ลูกก็เริ่มโยนขวดแชมพูลงไปในน้ำ พร้อมกับแสดงท่ายั่วยวนไม่หยุด พอลูกเห็นผมอึ้ง ลูกก็ยิ้มอย่างมีชัย “นี่มันแค่เริ่มต้นเองนะ!”

ถ้าบอกว่าอาบน้ำเสร็จแล้วก็โอเค คงไม่ใช่! ตอนที่จะห่อตัวลูกด้วยผ้าเช็ดตัว ผมต้องเล่นเกมส์ต่างๆ กับเขา เพราะลูกเริ่มหนีผมตั้งแต่เริ่มห่อตัว “อย่าหนีไปไหนนะลูก! ทำไมตัวเล็กๆ แบบนี้ทำไมวิ่งไวขนาดนี้!” เมื่อพยายามจับลูกเพื่อให้เขาหยุดวิ่ง ลูกก็ยิ่งแกล้ง โดยการล้มตัวลงไปทั้งที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ! “ไม่นะ!” ผมเอามือปิดหน้าผม “วันแรกของการเป็นพ่อมือใหม่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย!”

บทที่ 3: การทำอาหารกับลูกจอมซน

มื้อเที่ยงของวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมเริ่มหวังจะพักสักนิด ผมคิดว่า “โอเค พ่อจะทำอาหารให้ลูกกินแบบง่ายๆ สักมื้อ” แต่ลูกชายของผมมีแผนที่แตกต่างออกไป! ตอนที่ผมเตรียมไข่ตุ๋นไว้ ลูกก็เริ่มเล่นกับขวดนมท่ามกลางห้องครัว ผมเห็นว่าลูกกำลังตั้งใจดูเหมือนจะทำให้ผมหลงลืมตัวเองไปในเส้นทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น!

ตอนผมเริ่มนำช้อนเข้าปากลูก พ่อมือใหม่ก็นึกไม่ถึงว่า เขาจะโยนไข่ตุ๋นลงไปจากช้อนและส่งมันไปถึงพื้นซะหมด “พ่อจะให้ลูกกินอะไรดี!?” ผมพูดด้วยความเครียด ผมคุยกับตัวเองในใจ “เอาละ พ่อไม่ยอมแพ้ งั้นค่อยๆ ป้อนให้ลูกไปทีละคำ” ลูกดูเหมือนจะรู้วิธีการแกล้งผมมากขึ้นเพราะทุกครั้งที่ผมยื่นช้อนให้ ลูกกลับปัดมันออกไปอย่างสะใจ และผมจะทำน้ำซุปใหม่ให้เขาลอง ดูเหมือนจะเป็นงานใหญ่ไปเสียแล้ว

บทที่ 4: เรียนรู้จากลูกกิจกรรมทบทวนชีวิตพ่อลูก

ผ่านไปหนึ่งวันเต็มๆ การทบทวนชีวิตการเป็นพ่อมือใหม่เริ่มเข้ามาในหัว ทุกวันที่เราใช้ชีวิตร่วมกันนั้นยากกว่าที่คิด แต่ก็มีเสน่ห์เหมือนกัน ผมเริ่มรู้สึกว่า การอยู่กับลูกอย่างนี้ทำให้ผมรู้จักตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่ลูกเริ่มเกาะขาผมและเขายิ้มให้พ่ออย่างสดใส ผมก็เริ่มเข้าใจว่า “การเป็นพ่อคือ.. การให้ความรักทั้งหมดที่มี ไม่ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน”

ลูกไม่ได้แค่ทำให้ผมมีเสียงหัวเราะ.. แต่เขายังทำให้ผมได้รู้จักคำว่า “อดทน”.. “รัก”.. และ “ความเป็นครอบครัว” จริงๆ เสียที

บทที่ 5: วันที่ภรรยากลับมาที่พ่อพร้อมแล้ว

เมื่อภรรยากลับมาจากการอบรมต่างจังหวัด ผมไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่มีในตอนนั้นได้จริงๆ เพราะทุกๆ วันที่ผ่านมา ทำให้ผมรู้ว่า “ผมรักครอบครัวมากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ” ตอนแรก.. ผมคิดว่าเธอจะกลับมาแล้วถาม “ทำได้ไหมพ่อ?” แต่พอเธอเห็นผมช่วยเลี้ยงลูกด้วยความเต็มใจและรักอย่างจริงจัง เธอก็ไม่พูดอะไร ได้แต่ส่งยิ้มให้เราสองพ่อลูก

“พ่อพร้อมแล้วที่จะเป็นพ่อที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับครอบครัวของเรา” ผมพูดกับแฟนในขณะที่กอดลูกแน่นจนไม่อยากปล่อยเลย

2 thoughts on “บททดสอบ..พ่อมือใหม่..เลี้ยงลูกคนเดียวใน 3 วัน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *